เบื่อ
มิดเทอมวันจันทร์ อ่านไม่ได้ซํกแอะ
หรือครานี้เราจะต้องเข้าห้องสอบแบบหัวกลวงจริงๆ? (พูดมาหลายทีแล้ว ไม่เห็นกล้าทำจริงๆซะที 55)
ไปอ่านรับตรงต่างๆ
ทำไมเปิดรับตรงกันแต่วิศวะเนอะ.... ไม่ชอบฟิสิกส์ อาจเป็นอคติที่ทำไม่ได้เลยพาลไม่ชอบก็ได้ แล้วเลยไม่พยายามทำความเ้ข้าใจมัน..รู้สึกตอนม.4ก็ยังชอบพอกันอยู่นี่นะ.....
ต้องพยายาม...
ยังไงก็ว่าจะหลบวิศวะไว้ก่อน เกิดเราไม่ชอบขึ้นมาจริงๆแบบไม่ได้อคตินี่ ชีวิตมหาลัยจะซวยเอานะ - -
ภาษาอังกฤษก็เหมือนกัน ทำไมเปิดหลักสูตรนานาชาติกันนัก T^T ชั้นไม่ชอบน่ะ รู้ไหม(อ๊ะ...อีนี่พาลแล้ว) รีควายย นู่นนี่เพียบ SAT TOFEL IELTS ..เอ่อ พี่จะเอาอะไรนักหนาครับ ค่าสอบแต่ละอย่างนี่ไม่ขำ ใช่จะเดินส่ายอาดๆเข้าไปสอบไปบ่อยๆนา = ="
เดือนหน้าต้องสมัครหลายอย่างแล้ว
หัวยังกลวงอยู่เลย
(จริงๆอยู่ม.5 เครียดเรื่องนี้มากกว่าม.6 อีก แบบเราเครียดล่วงหน้าไปหมดแล้วไง เหอๆๆ)
แพทย์กับทันตะ? ต่างกันยังไงนะ
(ไอ้ทันตะ ทำฟันนี่ไม่ต้องตอบบบ ขอร้องครับพี่น้อง = =" ไม่ต้องง)
จริงๆก็พอรู้ละ ว่าต่างกันไง เปลี่ยนคำถามเป็น เลือกอะไรดี? จะดีกว่า
อยู่เวรดึก ไม่เกี่ยงนะ
งานฝีมือ ไม่เกี่ยงเหมือนกัน
งานหนัก? มันก็ทั้งคู่แหละั เรียนหนัก? ก็ว่าทั้งคู่เหมือนกัน
แต่หมอ ดูท่าบั้นปลายชีวิตจะอู้ได้มากกว่า ดูตัวอย่างจากคนแถวนี้แล้ว 55 มีเวลาเล่นไฮไฟว์ด้วยเนอะ ^^" ทันตะมันต้องทำฟันทั้งชีวิต...
"ถ้าเป็นไปได้" อยากเข้าทำนองนี้แหละ สายอาชีพ (ที่เงินดี)
ไม่ต้องกระเสือกกระสนหางาน ไม่ตื่นเต้นดี ไหลไปตามสเต็ปเรื่อยๆ
เล็งพวกราชการ 55
ส่วนตัวก็ไม่ได้พิศวาสพวกงานอิสระอะไรนัก โพลหลายสถาบันบ่งชี้ เป็นคนระเบียบแบบแผนจ๋าเลยเชียว
แต่บางทีก็แอบนึก อยากทำงานเกี่ยวกับหนังสืออยู่เหมือนกัน ...
หลายคนบอก เลือกที่ชอบ ดีที่สุด
ก็เห็นด้วย แต่ถ้า เรา ยังไม่ชอบ (หรือ คลั่ง) มากพอจะมุ่งมั่นไปทางนั้นสุดตัว
ก็ อย่าดีกว่า ส่วนตัวเราคิดแบบนั้นนะ
แล้วตอนนี้ ก็ยังไม่มีความรู้สึก เกลียด ด้านไหนเป็นพิเศษจน "ทนไม่ได้" หรอก
เงินเป็นปัจจัยหนึ่ง ใครว่าไม่สำคัญ?
ถ้าเรา ยังใช้เงินแบบที่เป็นอยู่ทุกวันนี้ และ ถ้าในอนาคต ยังคิดจะใช้อยู่แบบนี้ ก็ต้องหางานที่มันซัพพอร์ตทรัพย์ได้อยู่พอสมควร แบบไม่ขัดสน
ไม่งั้นต้องรัดเข็มขัดกันหน่อยล่ะ
ยิ่งแนวโน้มเศรษฐกิจเป็นแบบนี้ ก็คง ลำบากขึ้นเรื่อยๆ..
ถ้าตอนเด็กเคยสบายมา จะให้ไปลำบากในอนาคต คงไม่ไหวมั้ง... มนุษย์ที่ทำใจรับสภาพนั้นได้ ต้องเข้มแข็งมากทีเดียว
ฉะนั้น เราควรวางแผนไว้เ้แต่เนิ่นๆ
บางทีอุดมคติมันก็กินไม่ได้
จะมานั่งกลุ้มแต่ตอนนี้ก็ใช่ที่
ควรไปอ่านหนังสือจะดีกว่า -*-
แต่อยากเตือนตัวเองไว้ สุดท้าย ที่พูดมานี้ ควรตั้งอยู่บนพื้นฐานการ "เผื่อใจ" ไว้ก่อน
เผื่อว่าอะไรมันไม่เป็นอย่างที่คิด
เผื่อว่าแผนชีวิตที่วางไว้มันไม่ได้อย่างที่หวัง
ยังไงเราก็ต้องใช้ชีวิตต่อไปให้ได้ อย่าง มีความสุข..
มองหาโอกาสที่จะผ่านเข้ามาอีก ในภายภาคหน้า
บางที อาจจะไปได้ดีกว่าแผนการที่วางไว้ก็ได้นะ
ก้าวนี้ไม่ใช้ทุกอย่างในชีวิต
เพียงแต่ ถ้าพลาดมันไป..คงเสียเวลาน่าดู