Boom!!!

posted on 26 Nov 2009 11:23 by charot

บูม บูม บูม

ปวดขา ปวดเอว ปวดแขน

แต่เราก็ยังต้อง บูม บูม บูม~

 

มน. รับปริญญา 17 พ.ย.เน้อ

เซ็งมาก

ปกติก็ไม่ได้เป็นคนแคร์คะแนนอะไรมากมายนะ(หรือม.ปลายมันมีคะแนนเก็บมั่นคงพอจะอุ่นใจไม่รู้)

พอมาเจอเกรดมหาลัยเทอมแรกแล้วแบบ.....แม่งเอ๊ย

ใครที่คิดว่ามันดีแล้ว
โปรดอย่าลืมเงื่อนไขที่ว่า เกรดคณะทันตะมันจะเป็นกราฟลง slopeติดลบเสมอ
ปี1มันเป็นโอกาสเดียวที่คุณจะได้ชื่นชมเกรดที่ดีที่สุดแล้ว

แล้วเกรดทุนสำรองของเรา(เพื่อsurvivalในอนาคต)ของเรามันมีแค่เนี้ย!?  3.5ยังไม่ถึง
ปีต่อไปก็จะโหดขึ้นอีกเรื่อยๆ
เกรดจะชิบหายขึ้นเรื่อยๆ

แล้วกูจะจบหกปีรึ?????

ภาษาไทยมันหักหลังกันอย่างร้ายกาจ แจกC+มาให้เจ็บช้ำน้ำใจ(สามหน่วยกิตเหนาะๆ)
ถามว่าเรียนยากมั๊ย ไม่ยาก แต่ประเด็นมันอยู่ที่ตัดเกรดกันเองในคณะ มันเหยียบกันเอง ตบกันกระจุย
เกณฑ์อิงกลุ่ม มีAกับBได้ไม่เกิน 40%
และจบที่เราเป็นฐานอันมั่นคงให้แก่เพื่อนๆ...
กูช่างเป็นคนดีเสียนี่กระไร TT^TT

ฟิสิกส์ B ไม่แปลก  กุทิ้งต่อเนื่องมาตั้งแต่ม.ปลายแล้ว(จริงๆได้แค่นี้ก็บุญแล้ว)

ชีวะ เราอ่านหนักมากเลยนะ ให้ได้แค่ B+  เออ  เออ

 เคมี ขอบคุณมากที่นายรู้ตัวว่า 4หน่วยกิตเลยแจก A มาฉุดเรา (T๐T )
ต่อไปเราจะสนใจนายให้มากขึ้นอีกนิด..

dental ไม่ต้องมาพูดกันเลย  #%$#^%$Y เชี่ยเอ๊ยย  ถ้าคะแนนงานกลุ่มมันสำคัญมากนัก คุณที่ปรึกษาก็ช่วยแนะนำอะไรให้มันสุดๆหน่อยสิครับ พี่แนะเหมือนไม่ใส่ใจอ่ะ
หรือที่ผิดเพราะเป็นกลุ่มหญิงล้วน หา?

 

ไอ้ที่เลวร้ายกว่านั้นคือเพื่อนๆล้วนได้เกือบ 4.00 กันทั้งนั้น (พลาดแค่เดนทัล)
นั่นคือ เพื่อนสนิท คะแนนกลุ่มเดียวกัน เข้าเรียนพร้อมกัน เวลาอ่านหนังสือเท่ากัน
ปัจจัยร่วมเหมือนกันมากสุดแล้วนะ
แต่เราห่วยสุด

เออ  ...กุมันแย่มากเลยหรอ..

เทียบในคณะก็มี 3.8(บ้าง)     3.9(เยอะ)   4.0(ไม่กี่ราย)    ไอ้ที่ต่ำกว่า3.5นี่นับคนได้

ใครที่คิดว่าไม่ควรไปเปรียบเทียบกับชาวบ้านโปรดฟัง 
ดูคะแนนยังต้องดูมีน จะประเมินว่าดีหรือห่วยมันก็ควรดูเกรดเพื่อนๆในคณะด้วยสิ

แล้วที่มันออกมางี้ แปลว่าเรายังตั้งใจไม่มากพอ หรือถึงขั้นกูมาอยู่ผิดที่ผิดทางกันแน่?

ไม่สนหรอกยังไงเราก็เลือกแล้วว่าจะเดินมาทางนี้ ถ้าสมองหรือทุนความรู้สำรองในอดีตจะกำหนดว่าเราควรอยู่คณะนี้หรือไม่  แล้วให้กูสอบติดมาทำไม

แปลว่ายังไงๆชั้นก็ต้องเรียนได้สิ

แต่ยังไงก็เฟลว้อยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย

สับสนชีวิตอีกแล้วช่วงนี้

เราควรให้ความสำคัญกับอะไรกันแน่

การเรียน? ทีแรกว่าจะเรียนควบมสธ.ไปด้วย อยากเรียนกฎหมาย อยากเรียนนิเทศ ควรเรียนบริหาร
แต่พอเกรดออกตัวแรก C+เลยชะงักกลับมาคิดใหม่
เราควรเอาที่เรียนอยู่ให้รอดก่อนดีกว่าไหม..
ปีแรกยังพอมีเวลา แต่ปีหลังๆจะไม่ว่างแล้วนะ
นี่ขนาดมีเวลาเรายังทำอะไร(ที่ตั้งใจว่าจะทำ)ในชีวิตได้ไม่ครบตามเป้าเลยนะ

แล้วกิจกรรมล่ะ.. ชีวิตมหาลัย ใครๆก็พูดว่ากิจกรรมน่ะสำคัญ แต่มันกินเวลานะ
คือเราก็ไม่อยากพลาดโอกาสครั้งเดียวในชีวิต
แต่เราก็อยากเอาเวลาไปฝึกสกิลอื่นๆด้วย
วาดภาพ ถ่ายรูป งานเขียน แต่งรูป
อย่างน้อยๆก็เพิ่มทักษะการอ่าน..
แต่จะแบ่งเวลากันยังไงล่ะ
ทำไมเค้าทำกันได้ แล้วเราไม่มีปัญญาจัดสรรเวลากับเรื่องแค่นี้

ไพล่จะไปโทษเพราะอยู่หอ คนเยอะ
ทำให้ไม่มีสมาธิ เวลาไม่ได้ขึ้นอยู่กับเราคนเดียว มันต้องแปรผันตามเพื่อนๆด้วย
คิดอยากจะอ่านหนังสือเรียนแต่ถ้าเพื่อนมันไม่ฟิตด้วยก็อ่านไม่ได้ จะแปลกแยก จะไม่มีสมาธิ
คิดอยากจะทำอะไร ที่มันเป็นการเปลี่ยนแปลงตนเอง หรือทำอะไรที่เราคิดว่าดี จัดสรรเยี่ยมยอด แต่มันแหกขนบ
บางทีก็ต้องแคร์สายตาสังคม แคร์ว่ามันจะมองเรายังไง

แน่นอนว่าถ้าเรามุ่งมั่นจะทำจริง ทั้งหมดข้างบนนั่น มันมีทางแก้ไขได้
เราก็โทษปัจจัยรอบนอกมากเกินไป

 ขึ้นมหาลัยว่าจะเรียนภาษาอังกฤษ เรียนดนตรี ไอคิโด้ที่ทิ้งไว้ล่ะ ฝึกโน่นนี่
แต่เราก็ทำไม่ได้ซักอย่าง
โทษว่ามาอยู่ไกล มาอยู่มน. ทำให้เป็นอุปสรรค

แต่แล้วสุดท้ายมันก็อยู่ที่ใจเราว่าจะให้ความสำคัญกับอะไรกันแน่

เราก็ยังตัดสินใจไม่ได้ซักที

ถ้าจะเอา "ทุกอย่าง" ไว้ มันก็เหมือนจับจด ทำได้ไม่ดีซักอย่าง

หนึ่งเทอมอันมีค่าผ่านไปแล้วนะ

แล้วเธอจะเอายังไงกับชีวิต!