Quote

New Year Gift: Precious tips for a happy,peaceful life:

posted on 28 Dec 2008 15:46 by charot  in Quote

ของขวัญปีใหม่ปีนี้ อยากจะนำเสนอ tips ดีๆ ที่อาจนำไปปรับใช้กับชีวิตคุณได้

Tips for life by Ann Landers

  • Give people more than they expect, and do so cheerfully.
        ให้คนอื่นมากกว่าที่เค้าคาดหวัง และให้ด้วยความเต็มใจ
  • Don't believe all you hear, spend all you have, or sleep all you'd like.
         อย่าเชื่อทุกสิ่งที่ได้ยิน ใช้ทั้งหมดที่คุณมี หรือ นอนเท่าที่คุณต้องการ
  • Don't say, "I love you", unless you really mean it.
        อย่าพูดว่า"ฉันรักคุณ" ถ้าคุณไม่ได้หมายความอย่างนั้นจริงๆ
  • When you say, "I'm sorry", Look the person ih the eye.
        มองเข้าไปในดวงตาของเขา เวลากล่าวคำว่า "ขอโทษ"
  • Be engaged at least six months before you get married.
        หมั้นหมายอย่างน้อย 6 เดือนก่อนที่คุณจะตัดสินใจแต่งงาน
  • Love deeply and passionatly.You might get hurt,but it's the only way to live life completely.
        การรักอย่างลึกซึ้งอาจทำให้คุณเจ็บปวด แต่มันเป็นหนทางเดียวในการมีชีวิตที่สมบูรณ์
  • In disagreement, fight fair. No name-calling.
        ในการโต้เถียงใดๆ เถียงด้วยเหตุผล อย่าเถียงเพราะตัวบุคคล
  • Don't judge people by their relatives.
        อย่าตัดสินใครจากคนรอบข้างของเขา
  • When someone asks you a question you don't wat to answer,smile and ask, "Why do you want to know?"
        เวลามีใครถามคำถามที่คุณไม่อยากตอบ จงยิ้มและถามกลับไปว่า "ทำไมคุณถึงอยากรู้ล่ะ"
  • Call your mom.
        (สั้นง่าย ได้ใจความ)
  • Say, "Bless you" when you hear someone sneeze.
        กล่าวคำว่า  "Bless you" เมื่อได้ยินเสียงจาม (ธรรมเนียมฝรั่ง ประมาณ พระเจ้าคุ้มครองคุณ, หายไวๆนะ )
  • Don't let a little squabble damage a good friendship.
        อย่าปล่อยให้การโต้เถียงเล็กน้อยทำลายความสัมพันธ์อันดี
  • When you realise you've made a mistake, take immediate steps to correct it.
        เมื่อคุณพบว่าคุณได้กระทำความผิดลงไป จงรีบแก้ไขมัน
  • Smile when picking up the phone.The caller will heart it in your voice.
        ยิ้มเวลารับโทรศัทพ์ คนที่คุยกับคุณจะรู้สึกได้ผ่านน้ำเสียงของคุณ
  • Marry someone you love to talk to. As you get older, conversation will be one of the principal elements of you relationship.
        แต่งงานกับคนที่คุณชอบคุยด้วย เพราะต่อมาการสนทนาจะเป็นส่วนประกอบสำคัญในความสัมพันธ์ระหว่างคุณ
  • Remember that silence is sometimes the best answer.
        บางครั้งความเีงียบก็เป็นคำตอบที่ดีที่สุด
  • Read more books, and watch less TV.
        อ่านหนังสือให้มากขึ้น ดูโทรทัศน์ให้น้อยลง
  • In disagreement with loved ones, deal with the current situation. Don't bring up the past.
        ในการโต้เถียงกับคนที่คุณรัก สนใจในสถานการณ์ปัจจุบัน อย่านำอดีตมาพูดถึง (อย่าฟื้นฝอยหาตะเข็บสินะ = = )
  • Never laugh at anyone's dreams. People who don't have dreams will never accomplish much
        อย่าหัวเราะความฝันของใคร เพราะใครที่ไม่มีความฝันจะไม่เคยประสบความสำเร็จมากนัก
  • Never let your mouth get ahead of your head
        คิดก่อนพูด
  • Spend some time alone. Constant socialising can be draining.
        ถ้าการเข้าสังคมมันเหนื่อยนักก็อยู่กับตัวเองบ้าง
  • Open your mind to change, but don't let new ideas dilute your principles
        เปิดใจรับการเปลี่ยนแปลง แต่อย่าให้ความคิดใหม่ๆมาหันเหเป้าหมายหลักของคุณ
  • Live an honourable life. When you get older, you'll be glad you did.
        ใช้ชีวิตอย่างมีเกียรติ  เมื่อคุณแก่ตัวไป คุณจะดีใจที่ได้ทำแบบนี้
  • When you don't know what to do, pray. You'll be surprised at how much it will help you decide.
        ยามคุณไม่รู้ว่าควรทำอะไร จงสวดมนต์ แล้วคุณจะัประหลาดใจที่มันช่วยในการตัดสินใจของคุณเป็นอย่างมาก
  • A loving atmosphere in youe home is important. It will also help keep your children from needing therapy.
        บรรยากาศของความรักในบ้านจะช่วยปกป้องลูกหลานของคุณ (คล้ายโฆษณายากันยุงอะไรซักอย่าง)
  • Judge your success by what you had to give up to get it
        ตัดสินความสำเร็จจากสิ่งที่คุณต้องเสียสละไปเพื่อให้ได้ความสำเร็จนั้นมา
  • Remember that not getting what you want may be the best things that never happened to you.
        การไม่ได้ในสิ่งที่หวังอาจเป็นสิ่งดีที่สุดที่เคยเกิดขึ้นกับคุณ
  • Never interrupt when you are being flattered.
       
  • Mind your own business.
       ....นั่นแหละ
  • Trust in God, but lock your car.

        เชื่อมั่นและศรัทธา แต่อย่าประมาท

        เชื่อในพระเจ้า แต่ก็อย่าลืมล็อกรถนะจ๊ะ 55

Happy New Year 2009!!!!


วิธีการใช้คนของนาซี

posted on 02 Jun 2007 00:37 by charot  in Quote

แบ่งคนออกเป็นสี่กลุ่ม

กลุ่มที่หนึ่ง เป็นพวกฉลาดและขยัน เขาจะจัดให้ทำหน้าที่ฝ่ายเสนาธิการ คือ เป็นคนช่วยคิดช่วยอ่านและช่วยวางแผน รวมทั้งร่างยุทธศาสตร์และยุทธวิธีต่างๆ ซึ่งต้องอาศัยคนฉลาดและขยัน

กลุ่มที่สอง เป็นพวกฉลาดแต่ขี้เกียจ พวกนี้เขาจัดวางอยู่ในสายบังคับบัญชาหน่วยที่เรียกว่าฝ่าย "ไลน์" เป็น ผบ.หมวด ผบ.กองร้อย ผบ.กองพัน จนกระทั่งถึงขั้นแม่ทัพ ทั้งนี้เพราะเขาเห็นว่าคนกลุ่มนี้ฉลาดแต่ขี้เกียจธรรมชาติจึงจัดทดแทนกัน โดยสร้างให้คนกลุ่มนี้เก่งในทางบังคับบัญชาสั่งงานและตัดสินใจ คนพวกนี้ขี้เกียจจึงมีความสามารถจากธรรมชาติ ให้เป็นคนที่ไม่ชอบทำอะไรด้วยตัวเอง แต่รู้จักมอบหมายใช้สอยคนอื่นทำ

กลุ่มที่สาม เป็นพวกโง่และขี้เกียจ พวกนี้เขาวางตัวไว้เป็นทหารเร็ว คอยรับคำสั่ง คิดไม่เป็นและขี้เกียจ ต้องให้คนคอยจี้ใช้ให้ทำงานตามสั่ง จึงเหมาะที่จะเป็นลูกแถว โดยเฉพาะคนกลุ่มนี้ธรรมชาติสร้างให้เป็นคนหัวอ่อนตามกฎแห่งการดำรงอยู่ของธรรมชาติ

กลุ่มที่สี่ เป็นพวกโง่แต่ขยัน คนพวกนี้เขาจะคัดออกจากกองทัพ ไม่ให้ทำหน้าที่อะไรทั้งสิ้น เพราะด้วยความโง่แต่ขยัน อาจจะขยันทำผิดให้ผู้อื่นต้องตามแก้ไม่รู้จักหยุดจักหย่อน

จากหลักการแบ่งคนเป็น 4 ประเภทของอดอรฟ์ ฮิตเลอร์
เวอร์ชั่นที่รวบรัดที่สุดเท่าที่หาได้



.........


ที่ว่ามามันอาจจะเป็นการไม่สนับสนุนให้คนขยันรึเปล่านะ
หลายๆคนอาจว่างี้ถ้าเกิดมาโง่ก็ไม่ต้องผุดไม่ต้องเกิดเลยน่ะสิ

มันอาจจะเหมือนเป็นการดูถูกความเพียร

แต่ผมออกจะเห็นด้วยกับหลักพวกนี้อยู่หน่อยๆนะ

ในสังคมปัจจุบันถือเป็นยุคที่ให้โอกาสคนพัฒนา โง่แต่ขยันถือเป็นบุคคลที่มีสิทธิเปล่งประกายได้ในอนาคต จากความขยัน
ฉะนั้นขอเพียงมีความขยันก็กลายเป็นทรัพยากรมีค่า

ก็ถูก

แต่ในยุคสงคราม คงไม่มีเวลามานั่งให้โอกาสใครได้พัฒนาหรือเรียนรู้ เพิ่มพูนความฉลาดหรอกมั้ง
การแบ่งคนไปใช้งานของฮิตเลอร์ก็ไม่ได้เลวร้ายซะทีเดียว

และบางทีในสังคมปัจจุบันถ้ามันเป็นเรื่องด่วน สำคัญมาก การกันคน"ขยันแต่โง่" ออกไป
ก็อาจจะดีกว่าก็ได้

[ปรัชญา]ทุกข์

posted on 07 Oct 2006 21:37 by charot  in Quote

แท้ที่จริงแล้ว เรามีความทุกข์ คนอื่นเขาก็มีความทุกข์
เพียงแต่เขาไม่ได้บอก ว่าเขามีทุกข์

การมีทุกข์จึงเป็นเรื่องธรรมดาของคน

แล้วเรา ก็ไม่จำเป็นต้องป่าวประกาศความทุกข์ของเราให้ใครรู้ สินะ