เซ็งมาก

ปกติก็ไม่ได้เป็นคนแคร์คะแนนอะไรมากมายนะ(หรือม.ปลายมันมีคะแนนเก็บมั่นคงพอจะอุ่นใจไม่รู้)

พอมาเจอเกรดมหาลัยเทอมแรกแล้วแบบ.....แม่งเอ๊ย

ใครที่คิดว่ามันดีแล้ว
โปรดอย่าลืมเงื่อนไขที่ว่า เกรดคณะทันตะมันจะเป็นกราฟลง slopeติดลบเสมอ
ปี1มันเป็นโอกาสเดียวที่คุณจะได้ชื่นชมเกรดที่ดีที่สุดแล้ว

แล้วเกรดทุนสำรองของเรา(เพื่อsurvivalในอนาคต)ของเรามันมีแค่เนี้ย!?  3.5ยังไม่ถึง
ปีต่อไปก็จะโหดขึ้นอีกเรื่อยๆ
เกรดจะชิบหายขึ้นเรื่อยๆ

แล้วกูจะจบหกปีรึ?????

ภาษาไทยมันหักหลังกันอย่างร้ายกาจ แจกC+มาให้เจ็บช้ำน้ำใจ(สามหน่วยกิตเหนาะๆ)
ถามว่าเรียนยากมั๊ย ไม่ยาก แต่ประเด็นมันอยู่ที่ตัดเกรดกันเองในคณะ มันเหยียบกันเอง ตบกันกระจุย
เกณฑ์อิงกลุ่ม มีAกับBได้ไม่เกิน 40%
และจบที่เราเป็นฐานอันมั่นคงให้แก่เพื่อนๆ...
กูช่างเป็นคนดีเสียนี่กระไร TT^TT

ฟิสิกส์ B ไม่แปลก  กุทิ้งต่อเนื่องมาตั้งแต่ม.ปลายแล้ว(จริงๆได้แค่นี้ก็บุญแล้ว)

ชีวะ เราอ่านหนักมากเลยนะ ให้ได้แค่ B+  เออ  เออ

 เคมี ขอบคุณมากที่นายรู้ตัวว่า 4หน่วยกิตเลยแจก A มาฉุดเรา (T๐T )
ต่อไปเราจะสนใจนายให้มากขึ้นอีกนิด..

dental ไม่ต้องมาพูดกันเลย  #%$#^%$Y เชี่ยเอ๊ยย  ถ้าคะแนนงานกลุ่มมันสำคัญมากนัก คุณที่ปรึกษาก็ช่วยแนะนำอะไรให้มันสุดๆหน่อยสิครับ พี่แนะเหมือนไม่ใส่ใจอ่ะ
หรือที่ผิดเพราะเป็นกลุ่มหญิงล้วน หา?

 

ไอ้ที่เลวร้ายกว่านั้นคือเพื่อนๆล้วนได้เกือบ 4.00 กันทั้งนั้น (พลาดแค่เดนทัล)
นั่นคือ เพื่อนสนิท คะแนนกลุ่มเดียวกัน เข้าเรียนพร้อมกัน เวลาอ่านหนังสือเท่ากัน
ปัจจัยร่วมเหมือนกันมากสุดแล้วนะ
แต่เราห่วยสุด

เออ  ...กุมันแย่มากเลยหรอ..

เทียบในคณะก็มี 3.8(บ้าง)     3.9(เยอะ)   4.0(ไม่กี่ราย)    ไอ้ที่ต่ำกว่า3.5นี่นับคนได้

ใครที่คิดว่าไม่ควรไปเปรียบเทียบกับชาวบ้านโปรดฟัง 
ดูคะแนนยังต้องดูมีน จะประเมินว่าดีหรือห่วยมันก็ควรดูเกรดเพื่อนๆในคณะด้วยสิ

แล้วที่มันออกมางี้ แปลว่าเรายังตั้งใจไม่มากพอ หรือถึงขั้นกูมาอยู่ผิดที่ผิดทางกันแน่?

ไม่สนหรอกยังไงเราก็เลือกแล้วว่าจะเดินมาทางนี้ ถ้าสมองหรือทุนความรู้สำรองในอดีตจะกำหนดว่าเราควรอยู่คณะนี้หรือไม่  แล้วให้กูสอบติดมาทำไม

แปลว่ายังไงๆชั้นก็ต้องเรียนได้สิ

แต่ยังไงก็เฟลว้อยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย

สับสนชีวิตอีกแล้วช่วงนี้

เราควรให้ความสำคัญกับอะไรกันแน่

การเรียน? ทีแรกว่าจะเรียนควบมสธ.ไปด้วย อยากเรียนกฎหมาย อยากเรียนนิเทศ ควรเรียนบริหาร
แต่พอเกรดออกตัวแรก C+เลยชะงักกลับมาคิดใหม่
เราควรเอาที่เรียนอยู่ให้รอดก่อนดีกว่าไหม..
ปีแรกยังพอมีเวลา แต่ปีหลังๆจะไม่ว่างแล้วนะ
นี่ขนาดมีเวลาเรายังทำอะไร(ที่ตั้งใจว่าจะทำ)ในชีวิตได้ไม่ครบตามเป้าเลยนะ

แล้วกิจกรรมล่ะ.. ชีวิตมหาลัย ใครๆก็พูดว่ากิจกรรมน่ะสำคัญ แต่มันกินเวลานะ
คือเราก็ไม่อยากพลาดโอกาสครั้งเดียวในชีวิต
แต่เราก็อยากเอาเวลาไปฝึกสกิลอื่นๆด้วย
วาดภาพ ถ่ายรูป งานเขียน แต่งรูป
อย่างน้อยๆก็เพิ่มทักษะการอ่าน..
แต่จะแบ่งเวลากันยังไงล่ะ
ทำไมเค้าทำกันได้ แล้วเราไม่มีปัญญาจัดสรรเวลากับเรื่องแค่นี้

ไพล่จะไปโทษเพราะอยู่หอ คนเยอะ
ทำให้ไม่มีสมาธิ เวลาไม่ได้ขึ้นอยู่กับเราคนเดียว มันต้องแปรผันตามเพื่อนๆด้วย
คิดอยากจะอ่านหนังสือเรียนแต่ถ้าเพื่อนมันไม่ฟิตด้วยก็อ่านไม่ได้ จะแปลกแยก จะไม่มีสมาธิ
คิดอยากจะทำอะไร ที่มันเป็นการเปลี่ยนแปลงตนเอง หรือทำอะไรที่เราคิดว่าดี จัดสรรเยี่ยมยอด แต่มันแหกขนบ
บางทีก็ต้องแคร์สายตาสังคม แคร์ว่ามันจะมองเรายังไง

แน่นอนว่าถ้าเรามุ่งมั่นจะทำจริง ทั้งหมดข้างบนนั่น มันมีทางแก้ไขได้
เราก็โทษปัจจัยรอบนอกมากเกินไป

 ขึ้นมหาลัยว่าจะเรียนภาษาอังกฤษ เรียนดนตรี ไอคิโด้ที่ทิ้งไว้ล่ะ ฝึกโน่นนี่
แต่เราก็ทำไม่ได้ซักอย่าง
โทษว่ามาอยู่ไกล มาอยู่มน. ทำให้เป็นอุปสรรค

แต่แล้วสุดท้ายมันก็อยู่ที่ใจเราว่าจะให้ความสำคัญกับอะไรกันแน่

เราก็ยังตัดสินใจไม่ได้ซักที

ถ้าจะเอา "ทุกอย่าง" ไว้ มันก็เหมือนจับจด ทำได้ไม่ดีซักอย่าง

หนึ่งเทอมอันมีค่าผ่านไปแล้วนะ

แล้วเธอจะเอายังไงกับชีวิต!

จากคราวที่แล้วไปพัทยา ที่บ่นแพล่มไปแล้วในเอนทรี่นี้

คราวนี้บางแสน ความประทับใจต่างกันมากๆ

 

ไปพัทยาโดนโกง
สองแถวโก่งราคายับ

แต่ที่นี่กลับได้รับแต่ความช่วยเหลือ

ตั้งแต่แม่ค้าไก่ย่างใจดี บริการหลังการขายเป็นยอด

พี่ที่ร้านอาหารช่วยขับรถมาส่ง(เมื่อไม่รู้จะกลับไง แถวนั้นไม่มีสองแถวผ่าน)

และลุงเจ้าของเกสต์เฮ้าส์คืนค่ามัดจำให้  ทั้งๆที่มันเป็นสิทธิ์ของเค้าที่จะไม่คืนก็ได้แท้ๆนะ  เพราะเราออกก่อนกำหนดเอง

สองแถวก็สิบบาทตลอดสาย(มีสิบห้าบาทบ้าง เดาว่าเป็นเพราะขึ้นแหลม หรือออกนอกเส้นทางนิดหน่อย หยวนๆไป)  

ยังไม่รวมถามทางอีกเป็นสิบราย ซึ่งทุกคนก็ให้ความช่วยเหลืออย่างดี

 

ต่างสถานที่ ผู้คนต่างจิตใจรึไงนะ

บางแสนตอนนี้บรรยากาศดี สบาย สงบกว่า
และบ้านเมืองก็เป็นระเบียบขึ้นมาก

เป็นเมืองเล็กๆที่เดินทางสะดวก(นั่งรถจากกรุงเทพไปประมาณชั่วโมงเดียวเอง ผังเมืองแถวหาดก็ง่ายมาก ง่ายต่อการแสวงบุญแบบไม่รู้เหนือรู้ใต้)

และผู้คนก็พร้อมให้ความช่วยเหลือเรา